เกาะภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่น หุบเขายักษ์สามแห่งที่เกิดจากภูเขาไฟยุบตัว หมู่บ้านที่ไม่มีถนนเข้าถึง และเส้นทางเดินเขาหลายร้อยกิโลเมตร เรอูนียงคือเกาะในมหาสมุทรอินเดียสำหรับคนที่อยากเดินมากกว่านอนริมหาด
ข้อมูลพื้นฐานที่ควรรู้
| หัวข้อ | ข้อมูล |
|---|---|
| สถานะ | จังหวัดและภูมิภาคโพ้นทะเลของฝรั่งเศส (département et région d'outre-mer) และเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพยุโรป |
| เมืองหลัก | แซงต์-เดอนี (Saint-Denis) |
| ภาษา | ฝรั่งเศสเป็นภาษาราชการ คนท้องถิ่นพูดครีโอลเรอูนียง (Kréol Rényoné) ภาษาอังกฤษใช้ได้จำกัด |
| สกุลเงิน | ยูโร (EUR) |
| เวลา | UTC+4 ช้ากว่าไทย 3 ชั่วโมง |
| ปลั๊กไฟ | แบบ C และ E (มาตรฐานฝรั่งเศส) |
| การขับรถ | ชิดขวา |
| ยอดสูงสุด | ปีตงเดส์แนฌ (Piton des Neiges) ราว 3,070 เมตร สูงที่สุดในมหาสมุทรอินเดีย |
ภาพรวมประเทศ
เรอูนียงอยู่ห่างจากมอริเชียสไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 200 กิโลเมตร เป็นเกาะภูเขาไฟที่อายุน้อยกว่าและสูงกว่ามอริเชียสมาก เกิดจากภูเขาไฟสองลูก ลูกเก่าคือปีตงเดส์แนฌ ซึ่งดับแล้วและถูกกัดเซาะจนเกิดหุบเขารูปวงกลมขนาดใหญ่สามแห่งรอบยอด เรียกว่า "ซีร์ก" (cirque) ส่วนลูกใหม่คือปีตงเดอลาฟูร์แนซทางตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่ปะทุบ่อยที่สุดในโลก
พื้นที่ราว 40 เปอร์เซ็นต์ของเกาะ รวมถึงยอดเขา หุบเขา และหน้าผาสูงชัน ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติของ UNESCO ในปี 2010 ในชื่อ "ยอดเขา หุบเขาวงกลม และหน้าผาของเกาะเรอูนียง" ความสูงที่เปลี่ยนเร็วจากชายฝั่งไปถึงกว่า 3,000 เมตรในระยะไม่กี่สิบกิโลเมตร ทำให้เกาะเล็กนี้มีภูมิอากาศหลากหลาย ตั้งแต่ชายฝั่งร้อนแห้งทางตะวันตก ป่าฝนทางตะวันออก ไปจนถึงทุ่งพืชภูเขาสูงที่หนาวจัดตอนกลางคืน ฝั่งตะวันออกเคยบันทึกปริมาณฝนสูงเป็นสถิติโลกในบางช่วงเวลา
เกาะไม่มีคนอาศัยจนถึงศตวรรษที่ 17 ประชากรในปัจจุบันเกิดจากการผสมระหว่างชาวฝรั่งเศส ทาสจากแอฟริกาและมาดากัสการ์ แรงงานตามสัญญาจ้างจากอินเดียตอนใต้ (ชาวทมิฬ) และชาวจีน วัฒนธรรมครีโอลที่เกิดขึ้นเห็นได้จากอาหาร ดนตรีมาลอยา (maloya) ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของ UNESCO วัดทมิฬที่มีพิธีเดินบนไฟ และหมู่บ้านบ้านไม้สีสดในหุบเขา
สำหรับนักเดินทางไทย เรอูนียงให้ความรู้สึกเหมือนฝรั่งเศสในเขตร้อน ถนน ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านขนมปัง และระบบต่าง ๆ เป็นแบบยุโรป แต่ภูมิทัศน์และวัฒนธรรมเป็นของมหาสมุทรอินเดีย
เหมาะกับใคร
เหมาะกับ
- นักเดินเขาทุกระดับ ตั้งแต่เดินครึ่งวันไปจนถึงเดินข้ามเกาะหลายวัน
- คนที่อยากเห็นภูเขาไฟที่ยังมีพลัง
- คนที่ชอบกิจกรรมผจญภัย เช่น แคนยอนนิ่ง พาราไกลดิ้ง และบินชมเฮลิคอปเตอร์
- คนที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสได้ หรือไม่ติดกับการสื่อสารผ่านภาษามือและแอปแปลภาษา
- คนที่อยากต่อทริปจากมอริเชียสเพื่อเพิ่มมิติภูเขา
อาจไม่เหมาะกับแผนแบบนี้
- คนที่อยากพักผ่อนริมหาดเป็นหลัก ชายหาดที่ว่ายน้ำได้อย่างปลอดภัยมีจำกัด (ดูเกร็ดเรื่องฉลาม)
- คนที่ไม่ชอบขับรถบนถนนภูเขาคดเคี้ยว
- คนที่มีงบจำกัดมาก ค่าครองชีพเป็นระดับยุโรป
- คนที่ไม่สะดวกตื่นเช้า เพราะเมฆมักปกคลุมภูเขาตั้งแต่สาย
พื้นที่เด่น
ปีตงเดอลาฟูร์แนซ (Piton de la Fournaise)
ปีตงเดอลาฟูร์แนซ ซึ่งแปลว่า "ยอดแห่งเตาหลอม" เป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่มีการปะทุบ่อยที่สุดในโลก การปะทุส่วนใหญ่เป็นแบบลาวาไหลที่คาดการณ์ได้ และเกิดภายในปล่องภูเขาไฟรูปเกือกม้าขนาดใหญ่ชื่อ "อองโคล" (Enclos Fouqué) ซึ่งไม่มีคนอาศัย ภูเขาไฟจึงเป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวและห้องปฏิบัติการธรรมชาติ ภายใต้การเฝ้าระวังของหอสังเกตการณ์ภูเขาไฟ
สิ่งที่ควรรู้จักที่ปีตงเดอลาฟูร์แนซ
- ทุ่งทรายพลาแนเดซาเบลอ (Plaine des Sables): ถนนไปภูเขาไฟผ่านทุ่งกรวดภูเขาไฟสีแดงอมน้ำตาลไร้พืชพรรณ ดูเหมือนพื้นผิวดาวอังคาร เป็นหนึ่งในภาพที่แปลกตาที่สุดของเกาะ
- ปาเดอเบลกอมบ์ (Pas de Bellecombe): จุดชมวิวบนขอบปล่องที่มองลงไปเห็นอองโคลและกรวยภูเขาไฟ เป็นจุดเริ่มเส้นทางเดินลงไปในปล่อง
- เดินถึงปล่องบนยอด: เส้นทางลงบันไดหน้าผา เดินข้ามทุ่งลาวาแข็ง ผ่านกรวยเล็กฟอร์มิกาเลโอ (Formica Leo) ไปถึงขอบปล่องโดโลมิเยอ (Dolomieu) ไปกลับใช้เวลาราว 5–6 ชั่วโมง ต้องเริ่มแต่เช้ามาก เพราะเมฆมักขึ้นมาปกคลุมตั้งแต่สาย ทำให้มองไม่เห็นทางและอากาศเย็นลงเร็ว
- เมื่อภูเขาไฟปะทุ: ทางการจะปิดเส้นทางเดินในปล่อง ตามระดับการเตือนภัย แต่การปะทุบางครั้งมองเห็นได้จากจุดชมที่ทางการจัดไว้ ลาวาที่ไหลลงถึงชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้เคยตัดถนนและไหลลงทะเลในบางครั้ง
- ชายฝั่งลาวาทางใต้ (Le Grand Brûlé): ถนนเลียบชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ผ่านธารลาวาจากการปะทุหลายยุค มีป้ายบอกปีของแต่ละธาร เห็นได้ว่าพืชค่อย ๆ กลับมาตามอายุลาวา
- ถ้ำลาวา (Lava Tubes): มีทัวร์เดินในอุโมงค์ลาวากับไกด์ที่ได้รับอนุญาต
ต้องเช็กก่อนจอง: สถานะการเตือนภัยภูเขาไฟในวันที่จะไป สภาพอากาศ และเวลาเริ่มเดินที่เหมาะสม
ซีลาโอสและซาลาซี (Cilaos & Salazie)
ซีร์กทั้งสามรอบปีตงเดส์แนฌ คือซีลาโอส ซาลาซี และมาฟาต เป็นหุบเขารูปวงกลมที่มีผนังสูงชันหลายร้อยถึงกว่าพันเมตร ซีลาโอสและซาลาซีเข้าถึงได้ด้วยถนน ส่วนมาฟาตเข้าได้ด้วยเท้าหรือเฮลิคอปเตอร์เท่านั้น แต่ละซีร์กมีบุคลิกต่างกันชัดเจน
ซีลาโอส (Cilaos)
- ถนนสี่ร้อยโค้ง: ถนนจากชายฝั่งขึ้นซีลาโอสมักถูกเรียกว่า "ถนน 400 โค้ง" ผ่านอุโมงค์เล็ก สะพานแคบ และหน้าผา ใช้เวลาราวหนึ่งชั่วโมงครึ่ง คนเมารถควรเตรียมยา
- ภูมิอากาศแห้งกว่า: ซีลาโอสอยู่ด้านที่รับฝนน้อยกว่า ท้องฟ้ามักแจ่มกว่าซาลาซี
- ของขึ้นชื่อ: ถั่วเลนทิลซีลาโอส ไวน์จากไร่องุ่นบนเขาซึ่งถือว่าเป็นไวน์ที่ปลูกในพื้นที่ที่ห่างไกลแปลกตาของฝรั่งเศส และงานปักลูกไม้แบบดั้งเดิม
- จุดเริ่มพิชิตปีตงเดส์แนฌ: เส้นทางขึ้นยอดสูงสุดของเกาะเริ่มจากซีลาโอส นิยมเดินขึ้นไปพักที่ที่พักบนเขาคาแวร์นดูฟูร์ (Caverne Dufour) แล้วขึ้นยอดก่อนรุ่งสางเพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนือทะเลเมฆ เห็นทั้งซีร์กทั้งสามและภูเขาไฟ
- แคนยอนนิ่ง: ซีลาโอสเป็นศูนย์กลางแคนยอนนิ่งระดับโลก เส้นทางอย่างฟลเฌร์ (Fleurs Jaunes) และบราสรูจ (Bras Rouge) มีตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงระดับยาก ต้องไปกับไกด์ที่ได้รับอนุญาต
- น้ำพุร้อน: ซีลาโอสมีประวัติเป็นเมืองน้ำพุร้อน มีสถานบริการสปาน้ำแร่
ซาลาซี (Salazie)
- ซีร์กที่เขียวที่สุด: อยู่ฝั่งรับลม ฝนตกมาก จึงมีน้ำตกไหลลงจากหน้าผานับไม่ถ้วน
- น้ำตกผ้าคลุมเจ้าสาว (Voile de la Mariée): น้ำตกหลายชั้นที่ไหลเป็นสายบางเหมือนผ้าคลุม มองเห็นได้จากถนน
- โอเตลบูร์ก (Hell-Bourg): หมู่บ้านบ้านไม้ครีโอลสีสดพร้อมสวนดอกไม้ ได้รับเลือกเป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่สวยที่สุดของฝรั่งเศส มีบ้านครีโอลเก่าที่เปิดให้ชม
- ผักชาโยเต้: ซาลาซีขึ้นชื่อเรื่องชาโยเต้ (ภาษาท้องถิ่นเรียกว่า chouchou) ซึ่งปลูกบนซุ้มทั่วหุบเขา และเป็นส่วนผสมในอาหารท้องถิ่นหลายจาน
- จุดเริ่มเดินเข้ามาฟาต: มีเส้นทางจากซาลาซีข้ามช่องเขาเข้าสู่มาฟาต
ควรพักในซีลาโอสอย่างน้อย 2 คืน และซาลาซี 1–2 คืน
ต้องเช็กก่อนจอง: ถนนเปิดหรือไม่ (ถนนภูเขาอาจปิดจากดินถล่มหลังฝนหนัก) และที่พักบนเส้นทางขึ้นปีตงเดส์แนฌจองแล้วหรือยัง
มาฟาต (Mafate)
มาฟาตเป็นซีร์กที่ไม่มีถนนเข้าถึง เข้าได้ด้วยการเดินเท้าหรือเฮลิคอปเตอร์เท่านั้น ภายในมีหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่เรียกว่า "อีเลต์" (îlets) กระจายอยู่บนที่ราบบนเนินเขา หลายครอบครัวเป็นลูกหลานของทาสที่หนีเข้ามาหลบซ่อนในหุบเขานี้ในอดีต
สิ่งที่ควรรู้จักในมาฟาต
- ชีวิตที่ไม่มีถนน: เสบียง วัสดุก่อสร้าง และสินค้าต่าง ๆ ถูกส่งเข้ามาด้วยเฮลิคอปเตอร์ ครูและบุรุษไปรษณีย์บางคนเดินเท้าเข้ามาทำงาน เด็กที่ต้องเรียนระดับสูงขึ้นต้องออกไปเรียนนอกหุบเขา
- พักในบ้านพักชุมชน (gîte): นักเดินทางพักในบ้านพักที่ชาวบ้านดำเนินการ อาหารเย็นเป็นอาหารครีโอลที่ทำเอง เช่น แกงคาร์รี (carri) กับข้าวและถั่ว บ้านพักมีจำนวนเตียงจำกัด ต้องจองล่วงหน้า
- เส้นทางเดินหลายวัน: เส้นทางเดินป่าระยะไกลของเกาะ เช่น GR R1 และ GR R2 ผ่านมาฟาต การเดินรอบหรือข้ามมาฟาตใช้เวลา 2–4 วัน แต่ละวันเดินขึ้นลงเนินชันหลายร้อยเมตร
- เข้าแบบวันเดียวได้: เส้นทางบางเส้นจากฝั่งตะวันตก เช่น จากช่องเขาเดเบิฟ (Col des Bœufs) ทำให้เดินเข้าไปหมู่บ้านใกล้ขอบหุบเขาแล้วกลับได้ในวันเดียว
- บินชมจากเฮลิคอปเตอร์: เที่ยวบินชมเกาะที่ผ่านมาฟาต ซีลาโอส ซาลาซี ภูเขาไฟ และน้ำตกตรูเดอแฟร์ (Trou de Fer) ซึ่งเป็นหุบเหวที่มีน้ำตกหลายสายตกลงไป เป็นวิธีเดียวที่จะเห็นทั้งเกาะในภาพเดียว ควรบินตอนเช้าก่อนเมฆขึ้น
ต้องเช็กก่อนจอง: บ้านพักในมาฟาตจองแล้วหรือยัง สภาพเส้นทางหลังฝน และแผนหากเจ็บป่วยระหว่างทาง (การอพยพใช้เฮลิคอปเตอร์)
ยังมีอะไรให้ไปอีก
- ชายฝั่งตะวันตกและลากูนแซงต์-ฌีล (Saint-Gilles Lagoon): ทะเลสาบน้ำเค็มหลังแนวปะการังที่ว่ายน้ำได้อย่างปลอดภัย เช่น ที่แลร์มิตาจ (L'Hermitage) และแซงต์-เลอ (Saint-Leu)
- แซงต์-เลอ (Saint-Leu): หนึ่งในจุดพาราไกลดิ้งที่ดีที่สุดในโลก ร่อนจากเนินเขาลงมาที่ชายหาดเหนือทะเลสาบสีฟ้า
- ชายฝั่งใต้และแกปเมชอง (Cap Méchant): ชายฝั่งหินลาวาดำที่คลื่นซัดแรง ร้านอาหารครีโอลริมทะเล
- แซงต์-ปีแยร์ (Saint-Pierre): เมืองทางใต้ที่มีตลาดวันเสาร์ ร้านอาหาร และชีวิตกลางคืน
- ตลาดท้องถิ่น: ผลไม้เมืองร้อน วานิลลาเบอร์บง (Bourbon vanilla) ซึ่งมีชื่อมาจากชื่อเดิมของเกาะคือ "อีลเดอบูร์บง" และเครื่องเทศ






เกร็ดที่ไกด์บุ๊คไม่ค่อยบอก
ไปช่วงไหนดี
| พื้นที่หรือกิจกรรม | ช่วงที่น่าพิจารณา | เหตุผล | ข้อจำกัด/ความผันแปร |
|---|---|---|---|
| เดินเขาทั่วไป | ราว พ.ค.–พ.ย. | ฤดูแล้งและเย็น เส้นทางดี | บนยอดเขากลางคืนอาจติดลบ |
| ขึ้นยอดปีตงเดส์แนฌ | ราว พ.ค.–ต.ค. | ฟ้าใสตอนรุ่งเช้าบ่อยกว่า | หนาวจัดบนยอดก่อนรุ่งสาง |
| ภูเขาไฟปีตงเดอลาฟูร์แนซ | ทั้งปี นิยม พ.ค.–พ.ย. | ฝนน้อย | เส้นทางปิดเมื่อมีการปะทุหรือสภาพอากาศเลวร้าย |
| ลากูนและทะเล | ราว ต.ค.–เม.ย. | น้ำอุ่นขึ้น | ฤดูร้อนชื้น ความเสี่ยงไซโคลนราว ม.ค.–มี.ค. |
| ชมวาฬหลังค่อม | ราว มิ.ย.–ต.ค. | วาฬมาที่ชายฝั่งตะวันตก | ต้องทำตามกฎการชม |
| แคนยอนนิ่ง | ราว พ.ค.–พ.ย. | ระดับน้ำปลอดภัยกว่า | ฤดูฝนบางเส้นทางอันตรายหรือปิด |
| ฤดูไซโคลน | ราว ม.ค.–มี.ค. | ภูมิทัศน์เขียว น้ำตกเต็ม | ถนนและเส้นทางปิดบ่อย ความเสี่ยงพายุ |
| Diagonale des Fous | ราว ต.ค. | บรรยากาศการแข่งขันระดับโลก | ที่พักเต็ม บางเส้นทางปิด |
เส้นทางเริ่มต้น
แผนระยะกระชับ (ราว 5–6 คืน)
- ชายฝั่งตะวันตก (แซงต์-ฌีลหรือแซงต์-เลอ) 2 คืน ลากูน พาราไกลดิ้ง และบินเฮลิคอปเตอร์ตอนเช้า
- ซีลาโอส (Cilaos) 2 คืน เดินป่าหรือแคนยอนนิ่ง
- ขับไปทางใต้ แล้วขึ้นไปพักที่ราบสูงใกล้ภูเขาไฟ 1 คืน เพื่อเริ่มเดินขึ้น ปีตงเดอลาฟูร์แนซ ตั้งแต่เช้าตรู่
- กลับสนามบินผ่านชายฝั่งตะวันออกและธารลาวา
เหตุผล: ได้สามภาพหลักของเกาะ คือทะเลสาบ ซีร์ก และภูเขาไฟ การพักใกล้ภูเขาไฟคืนก่อนเดินทำให้ทันฟ้าใสตอนเช้า
แผนเมื่อมีเวลาเพิ่ม (ราว 9–11 คืน)
- แซงต์-เดอนีหรือชายฝั่งตะวันตก 1–2 คืน
- ซาลาซีและโอเตลบูร์ก 2 คืน
- เดินป่าเข้า มาฟาต 2 คืน พักบ้านพักชุมชน แล้วเดินออกทางซีลาโอสหรือฝั่งตะวันตก
- ซีลาโอส 2 คืน รวมคืนบนเขาเพื่อขึ้นยอดปีตงเดส์แนฌตอนรุ่งสาง
- ภูเขาไฟและชายฝั่งใต้ 2 คืน
เหตุผล: ร้อยเรียงทั้งสามซีร์กและยอดสูงสุดของเกาะในเส้นทางเดียว เหมาะกับคนที่ต้องการทริปเดินเขาจริงจัง
รวมกับมอริเชียส (ข้อเสนอ)
มอริเชียส 5–6 คืนสำหรับทะเล และเรอูนียง 5–6 คืนสำหรับภูเขา มีเที่ยวบินสั้นเชื่อมสองเกาะหลายเที่ยวต่อวัน แต่ต้องเตรียมเอกสารเข้าเมืองของทั้งสองแห่งแยกกัน
การเดินทางและข้อควรวางแผน
ก่อนตัดสินใจจอง
- บ้านพักในมาฟาตและที่พักบนเขาจองแล้วหรือยัง
- ความแข็งแรงเพียงพอกับเส้นทางเดินที่วางไว้หรือไม่ (เดินขึ้นลงวันละหลายร้อยเมตร)
- กิจกรรมแคนยอนนิ่งและพาราไกลดิ้งใช้ผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตหรือไม่
- มีวันสำรองสำหรับกิจกรรมที่ขึ้นกับอากาศ เช่น เฮลิคอปเตอร์ หรือไม่
- ช่วงที่เดินทางตรงกับฤดูไซโคลนหรือการแข่งขันวิ่งหรือไม่
- ประกันการเดินทางครอบคลุมการกู้ภัยบนภูเขาและกิจกรรมผจญภัยหรือไม่
การเดินทางอย่างรับผิดชอบ
- ว่ายน้ำเฉพาะในเขตที่ปลอดภัย: การทำตามป้ายห้ามว่ายน้ำไม่ใช่แค่เรื่องความปลอดภัยของตัวเอง แต่ยังลดความขัดแย้งระหว่างคนกับฉลาม
- เส้นทางเดินป่า: อยู่บนเส้นทาง ไม่เก็บพืช ไม่ทิ้งขยะ พืชเฉพาะถิ่นบนภูเขาสูงเติบโตช้ามาก
- ภูเขาไฟ: ทำตามระดับการเตือนภัยและการปิดเส้นทาง อย่าเข้าไปในพื้นที่ปิดเพื่อถ่ายภาพลาวา
- มาฟาต: ชุมชนในมาฟาตไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยว แต่เป็นบ้าน ขออนุญาตก่อนถ่ายภาพ ใช้บริการบ้านพักและร้านเล็กของชุมชน และนำขยะออกจากหุบเขาเสมอ
- วาฬ: ทำตามกฎระยะห่างและจำนวนเรือ
- ปะการังในลากูน: ไม่เหยียบปะการัง ใช้ครีมกันแดดที่เป็นมิตรต่อแนวปะการัง



