GUIDE of
AFRICA
ปรึกษาทีมจัดทัวร์ ↗
เมนู ☰
ภาพปกคอลลาจสัตว์ป่า เนินทราย และภูเขาหินในนามิเบีย
← ทุกเส้นทาง

AFRICA JOURNEY

นามิเบีย (Namibia)

DEPARTURES & PRICE

รอบเดินทางและราคา

ยังไม่มีรอบหรือราคาที่ยืนยัน โปรดตรวจรายละเอียดกับทีมก่อนวางแผนจอง

THE SEASONเลือกช่วงเดินทางร่วมกัน

รอบเดินทางยังรอยืนยัน

THE PACE12 วันในประเทศ · 10 คืน

ไม่รวมเวลาเดินทางจากประเทศไทย

THE EXPERIENCEนามิเบีย (Namibia)

กิจกรรมปรับตามพื้นที่และวันเดินทาง

THE AFRICAN JOURNEY

นามิเบีย (Namibia)

นามิเบีย (Namibia) ชมชายฝั่งทะเลแอตแลนติกตะวันออก เนินทรายสีแดง ต้นไม้แห่งความตาย อดีตอาณานิคมเยอรมันในภาคพื้นทวีปแอฟริกา

JOURNEY HIGHLIGHTS

ไฮไลท์ของเส้นทาง

สิงโตอยู่ท่ามกลางพุ่มไม้ในเขตซาฟารีของนามิเบีย
01 / HIGHLIGHT

ซาฟารี Etosha

ออก Game Drive ใน Etosha National Park เพื่อชมสัตว์ป่าในถิ่นอาศัยตามธรรมชาติ

ยอดหินแกรนิต Spitzkoppe ใต้แสงเย็น
02 / HIGHLIGHT

Spitzkoppe

ชมยอดหินแกรนิตและ Natural Arch ในเขต Spitzkoppe

ต้นไม้แห้งในแอ่ง Dead Vlei โดยมีเนินทรายสีแดงอยู่ด้านหลัง
03 / HIGHLIGHT

Sossusvlei และ Dead Vlei

ชมแสงเช้าบนเนินทรายสีแดง เดินสำรวจ Dune 45 และ Dead Vlei

DAY BY DAY

โปรแกรมรายวัน · 12 วัน

วันที่1

Bangkok → Windhoek

กรุงเทพ - วินด์ฮุก (Windhoek)

  • 01.45 น ออกเดินทางโดย สายการบิน Ethiopian Airlines สู่แอดดิสอาบาบา ประเทศเอธิโอเปีย เที่ยวบินใช้เวลาประมาณ 8.5 ชั่วโมง
  • 06.15 น เดินทางถึง สนามบินนานาชาติแอดดิสอาบาบาโบเล (Addis Ababa Bole International Airport) ประเทศเอธิโอเปีย ใช้เวลาระหว่างรอเปลี่ยนเครื่องประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง
  • 08.35 น เปลี่ยนเครื่องเป็นเที่ยวบิน Ethiopian Airlines เที่ยวบินใช้เวลาบินประมาณ 5.45 ชั่วโมง เพลิดเพลินกับภาพยนตร์หลากหลายกับจอทีวีส่วนตัวทุกที่นั่ง และสายการบินบริการ อาหารเที่ยง ระหว่างเที่ยวบินสู่เมืองวินด์ฮุก เมืองหลวงของประเทศนามิเบีย
  • 13.20 น เดินทางถึง สนามบินนานาชาติโฮเซอาคูทาโก (Hosea Kutako International Airport) นําท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร จากนั้นได้เวลานําท่านเดินทางสู่ เมืองวินด์ฮุก (Windhoek) ระยะทาง 45 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที
ที่พัก
Avani Windhoek Hotel & Casino · เสนอไว้
อาหาร
เช้า: สอบถาม · กลางวัน: สอบถาม · เย็น: สอบถาม
วันที่2

Windhoek → Etosha National Park

วินด์ฮุก (Windhoek) - อุทยานแห่งชาติอีโตชา (Etosha National Park)

  • จากนั้นนำท่านนั่งรถไปยัง อุทยานแห่งชาติอีโตชา (Etosha National Park) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศนามิเบีย ครอบคลุมพื้นที่กว่า 20,000 ตารางกิโลเมตรเป็นหนึ่งในสถานที่ชมสัตว์ป่าที่เยี่ยมยอดที่สุดในโลก ในใจกลางของอุทยานมี ทะเลสาบ (Pan) ซึ่งมีพื้นที่ 5,000 ตารางกิโลเมตร และจะแห้งแล้งเป็นส่วนใหญ่นอกจากเมื่อมีฝนตกลงมาอย่างหนัก ระยะทาง 420 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาประมาณ 6 ชั่วโมง
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันที่จัดโดยไกด์ท้องถิ่นระหว่างทาง
  • บ่าย นำท่านเดินทางต่อไปยังอุทยานแห่งชาติอีโตชาในส่วนที่อยู่ทางตอนใต้ของอุทยาน (Etosha South) ที่ Okaukuejo โดยบริเวณนี้เมื่อก่อนเป็นที่ตั้งของป้อมปราการเยอรมันซึ่งสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2444 ปัจจุบันเป็นสถาบันวิจัยระบบนิเวศน์วิทยาของอุทยานแห่งชาติอีโตชา ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2517 สามารถเห็นหอคอยเป็นส่วนที่เหลือของป้อม
  • เย็น รับประทานอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรม โดยบริเวณที่พักมีบ่อน้ำที่ตั้งอยู่ในเขตที่พัก (ท่านสามารถเดินมามองหาสัตว์ต่างๆได้หลังอาหารเย็น)
ที่พัก
Etosha Safari Lodge · Gondwana Collection Namibia · เสนอไว้
อาหาร
เช้า: สอบถาม · กลางวัน: สอบถาม · เย็น: สอบถาม
วันที่3

Etosha National Park

อุทยานแห่งชาติอีโตชา (Etosha National Park)

  • จากนั้นนําท่านออก กิจกรรมเกมไดร์ฟ (Game Drive) ภายในอุทยานแห่งชาติอีโตชาตลอดทั้งวัน มุ่งหน้าไปยัง แคมป์ฮาลาลี (Halali Camp) ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางอุทยาน ระหว่างทางจะพาท่านแวะบ่อน้ำ (Waterholes) ที่อยู่กระจัดกระจายไปทั่วอุทยาน เป็นจุดที่ดีที่สุดที่มีโอกาสเห็นสัตว์ต่างๆ มากกว่าสถานที่อื่นๆ
  • รับประทานอาหารกลางวันที่จัดโดยไกด์ท้องถิ่นระหว่างทาง
  • บ่าย จากนั้นนําท่านทํา กิจกรรมเกมไดร์ฟ (Game Drive) ต่อ เป้าหมายของกิจกรรมเกมไดร์ฟคือ การค้นหา Big 5 คือ สิงโต เสือดาว แรด ช้าง และควายป่า ที่ใช้ชีวิตอยู่ตามธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีม้าลาย ยีราฟ หรือจะลองส่องหาแรดทั้งแรดสีดำและขาว
  • เย็น รับประทานอาหารเย็นที่โรงแรม โดยบริเวณที่พักมีบ่อน้ำที่ตั้งอยู่ในเขตที่พัก (ท่านสามารถเดินมามองหาสัตว์ต่างๆได้หลังอาหารเย็น)
ที่พัก
Etosha Safari Lodge · Gondwana Collection Namibia · เสนอไว้
อาหาร
เช้า: สอบถาม · กลางวัน: สอบถาม · เย็น: สอบถาม
วันที่4

Etosha → Twyfelfontein

ทไวน์ฟินล์ฟอนต์เอนด์ (Twyfelfontein)

  • นำท่านเริ่มต้นการเดินทางลงใต้ด้วยการขับรถไปยังเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งของ หมู่บ้าน Kamanjab ภายในพื้นนี้เป็นที่ตั้งของ หมู่บ้านชาวฮิมบา (Himba) ชนเผ่าเหล่านี้เป็นชนเผ่ากึ่งเร่ร่อน การอพยพขึ้นอยู่กับฤดูกาลและน้ำเป็นหลัก ประเพณีและวิถีชีวิตของชาวฮิมบายังคงสภาพเดิม เส้นผมและเนื้อตัวของพวกเขามีสีแดงจากการทาครีมสีแดงที่ทำจากการทุบหินสีเหลืองอ่อน (Hematite) เป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นนำมาผสมกับเนยอุ่นด้วยควันเเละทาลงบนผิว ช่วยป้องกันไม่ให้ผิวไหม้เกรียมและรักษาผิวให้สะอาดชุ่มชื้น ถือโอกาสเรียนรู้เกี่ยวกับประเพณีการสมรส อาหาร วัฒนธรรม และความลึกลับของ "ไฟศักดิ์สิทธิ์ (Holy Fire)"
  • จากนั้นนําท่านไปยัง ทไวน์ฟินล์ฟอนต์เอนด์ (Twyfelfontein) โดยมีระยะทาง 320 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมง อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของนามิเบีย เป็นพื้นที่ที่งดงามและยังเป็นที่มนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่มาตั้งถิ่นฐานกว่า 6000 ปีมาแล้ว ได้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะหิน (Rock Art) ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของแอฟริกา สมัยก่อนบริเวณนี้มีน้ำพุธรรมชาติทำให้ดึงดูดมนุษย์สมัยโบราณมาสถานที่แห่งนี้ จากนั้นเริ่มมีการแกะสลักหิน ส่วนใหญ่จะเป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ในแถบนี้ เช่น โอริกซ์ ยีราฟ ไฮยีน่า และแรด
ที่พัก
Camp Kipwe · เสนอไว้
อาหาร
เช้า: สอบถาม · กลางวัน: สอบถาม · เย็น: สอบถาม
วันที่5

Twyfelfontein → Spitzkoppe

สปิทซ์คอปป์ (Spitzkoppe)

  • เช้า รับประทานอาหารเช้าของโรงแรม
  • จากนั้นนำท่านไปยัง สปิทซ์คอปป์ (Spitzkoppe) ตั้งอยู่ในทะเลทรายนามิเบียที่งดงาม ได้ชื่อว่าเป็น Matterhorn แห่งประเทศนามิเบีย สถานที่แห่งนี้มีรูปร่างหินที่น่าสนใจเป็นยอดหินแกรนิตหัวล้าน โดยหินแกรนิตมีอายุมากกว่า 120 ล้านปี หินเหล่านี้ถือว่าเป็นสวรรค์สำหรับนักปีนเขา ระยะทาง 230 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง
  • สปิทซ์คอปป์ (Spitzkoppe) ตั้งอยู่ในทะเลทรายนามิเบียที่งดงาม ได้ชื่อว่าเป็น Matterhorn แห่งนามิเบีย สถานที่แห่งนี้มีรูปร่างหินที่น่าสนใจเป็นยอดหินแกรนิตหัวล้าน โดยหินแกรนิตมีอายุมากกว่า 120 ล้านปี หินเหล่านี้ถือว่าเป็นสวรรค์สำหรับนักปีนเขา
  • นำท่านสำรวจ รูปแกะสลักของ bushmen และเดินชมบริเวณโดยรอบของภูเขา สปิทซ์คอปป์ (Spitzkoppe)
  • Natural Arch หนึ่งในไฮไลท์ของที่นี่คือ หินโค้งธรรมชาติ ที่เป็นภาพติดโปสการ์ดไปทั่วโลกของนามิเบีย Groot Spitzkoppe หรือที่ได้ชื่อว่าเป็น Matterhorn แห่งประเทศนามิเบีย สถานที่แห่งนี้มีรูปร่างหินที่น่าสนใจเป็นยอดหินแกรนิตหัวล้าน โดยหินแกรนิตมีอายุมากกว่า 120 ล้านปี หินเหล่านี้ถือว่าเป็นสวรรค์สำหรับนักปีนเขา สำรวจมุมถ่ายรูปต่างๆที่มีความแปลกประหลาด พบปะสัตว์โลกประจำถิ่นเช่น Oryx
ที่พัก
Spitzkoppe Lodge · เสนอไว้
อาหาร
เช้า: สอบถาม · กลางวัน: สอบถาม · เย็น: สอบถาม
วันที่6

Spitzkoppe → Swakopmund

สปิทซ์คอปป์ (Spitzkoppe) - สวาคอปมุนต์ (Swakopmund)

  • เช้า รับประทานอาหารเช้าของโรงแรม
  • ชม อาณานิคมของแมวน้ำเคปเฟอร์ซีล (Cape Fur Seal) หรือ แมวน้ำแอฟริกาที่เคปครอส (Cape Cross) ในบางช่วงเวลามีแมวน้ำจำนวนถึง 80,000-100,000 ตัว
  • จากนั้นเดินทางต่อไปยัง เมืองสวาคอปมุนต์ (Swakopmund) ระยะทาง152 กิโลเมตร ประมาณ 2 ชั่วโมง เป็นเมืองชายทะเลที่มีสถาปัตยกรรมแบบยุคอาณานิคมแบบเยอรมัน ตั้งอยู่ในทะเลทรายนามิบที่ล้อมรอบไปด้วยภูมิประเทศที่แห้งแล้ง เมืองนี้ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2435 เป็นท่าเรือหลักของเยอรมันตะวันตกเฉียงใต้ของแอฟริกา เป็นเมืองที่มีบรรยากาศสบายๆ มีร้านค้าและร้านอาหารมากมาย
  • เมืองที่อยู่ริมมหาสมุทรแอดแลนติกและอีกฝั่งเป็นทะเลทรายแห้งแล้ง เมืองนี้มีประชากรที่เป็นคน ผิวขาวเชื้อสายเยอรมันอยู่จำนวนมากที่อยู่ปะปนกับคนพื้นเมืองทำให้เมืองแห่งนี้มีสีสันและน่าเที่ยว ให้ท่านได้ชมอาคาร บ้านเรือนที่สวยงามแบบเยอรมัน ผ่านชมที่ว่าการประจำเมือง ย่านช้อปปิ้ง หรือแวะท่าเรือ ชมหาดทรายที่สวยงามเป็นแหล่งพักผ่อนของชาวเมืองนี้
ที่พัก
Strand Hotel Swakopmund · เสนอไว้
อาหาร
เช้า: สอบถาม · กลางวัน: สอบถาม · เย็น: สอบถาม
วันที่7

Swakopmund

สวาคอปมุนต์ (Swakopmund)

  • รับประทานอาหารเช้าภายในที่พัก
  • ***วันนี้ขอให้ท่านแต่งตัว 2 รูปแบบดังนี้ ช่วงเช้า เป็นชุดเดินทางในทะเล (ไม่ลงน้ำ) และ ชุดบ่ายเป็นชุดสำหรับการเดินทางในทะเลทราย***
  • 08.00 น. ออกเดินทางสู่เมือง วาลวิสเบย์ (Walvis bay) เพื่อไปยังท่าเรือ
  • 08.30 น. เดินทางถึงท่าเรือ เช็คอิน เราจะทำ กิจกรรม Levo Dolphin & Seal Tour (ใช้ระยะเวลาประมาณ 3 ชั่วโมง)
  • 09.00 น. เรือจะนำเราออกจากชายฝั่งให้ท่านได้ชมวิวทะเลทรายที่มองจากมุมในทะเล พร้อมนกพีลิแกนตัวใหญ่บินโฉบไปมาบนเรือเพื่อขออาหารกินกับนักท่องเที่ยวเพราะเจ้าหน้าที่จะให้อาหารเป็นประจำ นกพีลิแกนจึงคุ้นเคยกับคนและใกล้ชิดกับนักท่องเที่ยวบนเรือ ทำให้สามารถถ่ายรูปได้อย่างใกล้ชิด นอกจากนั้นตื่นตาตื่นใจกับแมวน้ำนับพันตัวบนเกาะและชายหาดยาวหลายร้อยกิโลเมตร มองระยะไกลเหมือนก้อนหินขนาดเล็กแต่พอเรือเข้าใกล้มันคือแมวน้ำนับพันตัวอาศัยอยู่บนเกาะแห่งนี้ (Bird Island) ให้ท่านได้ถ่ายรูปอย่างใกล้ชิด
  • ก่อนเรือจะออกมาอีกด้านให้ท่านได้แวะ ชมฟาร์มหอยนางรม (Oyster farms) ระหว่างเดินทางกลับ บริการอาหาร รวมถึงของว่าง ให้ท่านจะได้ใกล้ชิดกับแมวน้ำที่ว่ายน้ำริมขอบเรือหรือกระโดดขึ้นมาบนเรือเพื่อขออาหารและให้ท่านได้ตื่นเต้นในการถ่ายรูปอย่างใกล้ชิด
  • สัตว์ที่สามารถเห็นได้ประจำ ​Frequently seen: ​Cape Fur Seals, Bottlenose Dolphins, Heavy Side Dolphins, Great White Pelicans, Sea Gulls, Flamingos (Greater and Lesser), Brown Ridge Jellyfish, Cormorant, Terns and more! สัตว์ที่มาตามฤดูกาล Season sightings:​​ Hump Back Whales, Southern write whales, Mola-Molas, Leather Back Sea Turtles, Penguins, Gannets, Skuas
  • รับประทานอาหารเที่ยงแบบ Light Lunch ระหว่างล่องเรือ
  • 12.00 – 12.30 น. กลับมาถึงฝั่ง
  • บ่าย นำท่านขึ้น 4WD Landcruiser สู่ อ่าวแซนวิช (Sandwich Harbour) เนินทรายขนาดใหญ่ที่ก่อตัวกลายสภาพดูเหมือนภูเขาที่ตั้งอยู่ริมฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติค หนึ่งในความมหัศจรรย์ของที่นี่ นำท่านขับรถ 4WD ตะลุยไปบนเนินทรายอันมโหฬารแห่งนี้ (กิจกรรมใช้เวลาประมาณ 4 – 5 ชั่วโมง)
  • Sandwich Harbour ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Namib Naukluft Park เป็นสถานที่ที่หลายคนเคยได้ยินชื่อ แต่มีน้อยคนที่เคยไปเยี่ยมชม ทะเลสาบ บ่อเกลือ และเขตรักษาพันธุ์นก ซึ่งก่อตัวเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำอ่าววอลวิส ได้รับการประกาศอย่างถูกต้องว่าเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่งที่สำคัญที่สุดแห่งเดียวของแอฟริกาตอนใต้ เป็นหนึ่งในห้าไซต์ของ Ramsar ในนามิเบีย เนินทรายขนาดยักษ์ที่ทอดยาวลงสู่มหาสมุทร สร้างทัศนียภาพอันน่าทึ่งและภูมิประเทศที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว รอให้คุณมาค้นพบ อยู่ห่างจาก Walvis Bay ไปทางใต้น้อยกว่า 60 กม. เป็นสถานที่ที่มีเอกลักษณ์และน่าทึ่งที่สุดแห่งหนึ่งของนามิเบีย ที่นี่มีเนินทรายที่สูงที่สุดในโลกบางแห่งไหลลงสู่มหาสมุทรแอตแลนติกอันหนาวเย็นเพื่อก่อตัวเป็นทะเลสาบที่งดงาม
  • 16.30 – 17.00 น. หลังจากเสร็จกิจกรรมนำท่านกลับโรงแรมที่พัก
  • รับประทานอาหารเย็นภายในที่พัก Ocean Cellar
ที่พัก
Strand Hotel Swakopmund · เสนอไว้
อาหาร
เช้า: สอบถาม · กลางวัน: สอบถาม · เย็น: สอบถาม
วันที่8

Swakopmund → Sossusvlei

สวาคอปมนุต์ (Swakopmund) - ซอสซุสเฟลย์ (Sossusvlei)

  • รับประทานอาหารเช้าภายในที่พัก
  • กิจกรรมเสริม!! เครื่องบินเล็ก (Scenic Flight) เพื่อชมวิวบรรยากาศของประเทศนามิเบียจากบนฟ้า ไม่ว่าจะเป็น ทะเลทรายนามิบ (Namib Desert) ชายฝั่งซากเรือ (Skeleton Coast) ดินแดนแห่งดามารา (Damaraland) ให้ท่านได้ชมทัศนียภาพที่สวยที่สุดของโลก กิจกรรมนี้ใช้ระยะเวลาประมาณ 2.5 ชั่วโมง
  • 09.00 น. นำท่านชม หุบเขาพระจันทร์ (Moon valley) หรือที่หลายคนเรียกว่า ที่ราบสูงเวลวิทเชีย (Welwitschia) เนื่องจากบริเวณนี้มี ต้นไม้พันปี Welwitschia อยู่จำนวนมากในบริเวณที่ราบเวลวิทเชียนี้ท่านจะได้ชมระบบนิเวศทะเลทรายอันแปลกประหลาดของเหล่าพืชทะเลทรายซึ่งไม่น่าเชื่อว่าสามารถดำรงชีพอยู่ได้ แต่ในความเป็นจริงพืชเหล่านี้สามารถอยู่รอดได้อย่างสบายทั้งนี้เกิดจากการที่มีกระแสน้ำเย็น “เบนกูเอล่า” ผ่านมหาสมุทรแอตแลนติคแถบประเทศนามิเบีย ซึ่งได้พัดกระแสลมไปปะทะกับลมร้อนจากทะเลทรายทำให้เกิดการกลั่นตัวของละอองน้ำกลายเป็นหมอกในตอนเช้าซึ่งมากเพียงพอกับพืชและสัตว์หลายชนิดที่จะดำรงชีวิตในทะเลทรายแห่งนี้ นำท่านชมและถ่ายรูปกับต้นไม้พันปี “ต้นเวลวิทเชีย” ซึ่งเป็นต้นไม้ทะเลทราบที่มีอายุยาวนานนับพันปี และเป็นพืชที่ขึ้นเฉพาะในแถบตอนเหนือของประเทศนามิเบียเท่านั้น (เดินทางไป/กลับ 60 กิโลเมตร)
  • เที่ยง รับประทานอาหารเที่ยง ร้าน The Raft ที่เมือง Walvis Bay
  • บ่าย ออกเดินทางออกจาก เมืองสวาคอปมุนต์ (Swakopmund) มุ่งหน้าลงไปทางทิศใต้ ผ่าน ช่องเขา Kuiseb Pass อันจะเป็นการเข้าสู่เขตทะเลทรายสีแดงของประเทศ ผ่าน อุทยานแห่งชาตินามิบ-น็อคลัฟท์ (Namib-Naukluft National Park) เป็นที่ที่จะได้พบกับเนินทรายสีแดงอันเป็นสัญลักษณ์ของนามิเบีย และยังเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าทะเลทรายหลากหลายชนิด เช่น ออริกซ์ สปริงบ็อก นกกระจอกเทศ และสัตว์เลื้อยคลานต่างๆ
  • เราจะผ่านเส้น Tropic of Capricorn ซึ่งเป็นเส้นละติจูดที่อยู่ใต้เส้นศูนย์สูตรประมาณ 23 องศา คือ จุดที่เมื่อโลกหมุนรอบดวงอาทิตย์มาเรื่อย ๆ จนถึงช่วงเดือนธันวาคม จะกลายเป็นช่วงที่ขั้วโลกเหนืออยู่ไกลจากดวงอาทิตย์มาก นั่นคือทางซีกโลกเหนือจะเป็นฤดูหนาว แต่จะเป็นฤดูร้อนทางซีกโลกใต้ เพราะขั้วโลกใต้เอียงเข้าหาดวงอาทิตย์มากที่สุด แวะถ่ายเก็บความประทับใจ
  • เดินทางถึงเมือง Solitaire พร้อมกับลิ้มลอง Apple Pie ที่ถือว่าเป็นอาหารขึ้นชื่อของที่นี่ หลังจากนั้น นำท่านท่านสู่ เขตอุทยานแห่งชาติซอสซุสไฟล์ (Sossusvlei) ซึ่งเป็นสถานที่ที่ใช้ถ่ายทำ ภาพยนตร์ และโฆษณาหลายร้อยเรื่องซอสซุสไฟล์ ถือว่าเป็นเนินทรายที่งดงามที่สุด สูงที่สุดและเก่าแก่ที่สุดในโลก ครอบคลุมพื้นที่ถึง 32,000 ตารางกิโลเมตร
  • 16.00 – 17.00 น. เช็คอินเข้าที่พัก ให้ท่านได้พักผ่อนตามอัธยาศัย
  • รับประทานอาหารเย็นภายในภัตตาคารของโรงแรม
  • ให้ท่านได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ เนื่องจากวันรุ่งขึ้นจะต้องตื่นตั้งแต่เช้ามืด และทำกิจกรรมทั้งวัน
ที่พัก
The Desert Grace · Gondwana Collection Namibia · เสนอไว้
อาหาร
เช้า: สอบถาม · กลางวัน: สอบถาม · เย็น: สอบถาม
วันที่9

Sossusvlei

ซอสซุสเฟลย์ (Sossusvlei)

  • เช้า รับประทานอาหารเช้าของโรงแรม
  • วันนี้จะออกกันแต่เช้ามืดเพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ทะเลทราย แสงแดดอ่อนๆ ตกกระทบลงมายังเนินทรายเพียงด้านเดียว ก่อให้เกิดภาพที่สวยงาม ทะเลทรายนามิบเป็นหนึ่งในทะเลทรายที่เก่าแก่ที่สุดของโลก คาดว่ามีอายุอย่างน้อย 55 ล้านปี ทรายที่นี่พิเศษตรงที่มีสีแดงเพราะธาตุเหล็กที่อยู่ในทรายมากระทบกับออกซิเจน สีของทรายยังบอกถึงอายุได้ด้วย ยิ่งสีเข้มแสดงว่าอายุมากแล้ว
  • นำท่านชมทะเลทรายที่สวยงามบริเวณ ซอสซุสเฟลย์ (Sossusvlei) ซึ่งได้ชื่อว่าสวยสุดยอดของ ทะเลทรายนามิบ (Namib Desert)
  • เนินที่ 45 (Dune 45) ตั้งอยู่ในหลักกิโลเมตรที่ 45 นับจากประตูทางเข้าอุทยาน เป็นเนินทรายขนาดใหญ่สูงกว่า 150 เมตร เนินทรายนี้มีชื่อเสียงเรื่องรูปร่างสง่างามซึ่ง เป็นเนินทรายที่มีคนถ่ายภาพมากที่สุดในโลก สามารถเดินขึ้นบนยอดเนินทราย Dune 45 เพื่อมองเนินทรายสีแดงขนาดใหญ่โดยรอบ 360 องศา
  • Dead Vlei เป็นแอ่งโคลนแห้งสีขาวที่แห้งแตกระแหง ถูกโอบล้อมด้วยเนินทรายสีแดงสูง เมื่อก่อนบริเวณนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยน้ำทำให้ต้นไม้เลยมีขนาดสูงใหญ่ อย่างเช่นต้น Camel Thorn จนกระทั่งทะเลทรายถูกพัดเข้ามาเลยเเห้งเเล้ง ต้นไม้ไม่มีน้ำเพียงพอที่จะเอาชีวิตรอด ในที่สุดต้นไม้ตายกันหมด เหลือเพียงลำต้นที่ตั้งตระหง่านแต่ไร้ชีวิต
  • แคนยอนเซสเรียม (Sesriem Canyon) หุบเขาลึกที่มีความยาวกว่า 1 กิโลเมตรและลึก 30 เมตร เกิดจากขึ้นจากแรงลม พายุทรายและน้ำที่ไหลกัดเซาะ สามารถเดินไปสำรวจภายในหุบเขาที่ล้อมด้วยกำเเพงหินสูงได้เช่นกัน
ที่พัก
The Desert Grace · Gondwana Collection Namibia · เสนอไว้
อาหาร
เช้า: สอบถาม · กลางวัน: สอบถาม · เย็น: สอบถาม
วันที่10

Sossusvlei → Windhoek

ซอสซุสเฟลย์ (Sossusvlei) - วินด์ฮุก (Windhoek)

  • เช้า รับประทานอาหารเช้าของโรงแรม
  • กิจกรรมเสริม!! ขึ้นบอลลูนชมเนินทรายพระอาทิตย์ขึ้น (Hot Air Ballooning) ซึ่งท่านจะได้ชมหนึ่งในทะเลทรายที่สวยที่สุดในโลกแห่งนามิเบีย ซึ่งใช้ระยะเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
  • หลังจากนั้น จะเป็นการเดินทางกลับเข้าสู่ เมืองวินด์ฮุก (Windhoek) เมืองหลวงของประเทศนามิเบียอีกครั้ง ระยะทาง 330 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5-6 ชั่วโมง
ที่พัก
Gocheganas Nature Reserve & Wellness Village · เสนอไว้
อาหาร
เช้า: สอบถาม · กลางวัน: สอบถาม · เย็น: สอบถาม
วันที่11

Windhoek

วินด์ฮุก (Windhoek)

  • เช้า รับประทานอาหารเช้าของโรงแรม
  • เมืองวินด์ฮุก (Windhoek) เป็นเมืองหลวงที่ตั้งอยู่ใจกลางประเทศนามิเบีย มีร้านอาหาร ร้านค้าและสถานที่บันเทิง เป็นเมืองที่สะอาด ปลอดภัย และมีโครงสร้างเมืองที่เป็นระเบียบอันเนื่องมาจากสมัยยุคล่าอาณานิคมของเยอรมัน ที่ปัจจุยันยังเห็นอิทธิพลได้ตามร้านอาหาร ร้านค้าและการใช้ภาษาเยอรมันอย่างแพร่หลาย
  • 10.00 น. เดินทางถึง สนามบินนานาชาติโฮเซอาคูทาโก (Hosea Kutako International Airport) เมืองวินด์ฮุก (Windhoek)
  • 12.00 น. ออกเดินทางโดย สายการบิน Ethiopian Airlines สู่แอดดิสอาบาบา (Addis Ababa) ประเทศเอธิโอเปีย เที่ยวบินใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง
  • 21.30 น เดินทางถึง สนามบินนานาชาติแอดดิสอาบาบาโบเล (Addis Ababa Bole International Airport) ประเทศเอธิโอเปีย ใช้เวลาระหว่างรอเปลี่ยนเครื่องประมาณ 2.5 ชั่วโมง
  • 23.55 น เปลี่ยนเครื่องเป็น เที่ยวบิน Ethiopian Airlines ET 618 เที่ยวบินใช้เวลาบินประมาณ 9.5 ชั่วโมง เดินทางสู่กรุงเทพ
อาหาร
เช้า: สอบถาม · กลางวัน: สอบถาม · เย็น: สอบถาม
วันที่12

Windhoek → Bangkok

กรุงเทพ

  • 13.15 น. เดินทางถึงสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ
อาหาร
เช้า: สอบถาม · กลางวัน: สอบถาม · เย็น: สอบถาม

MOMENTS FROM THE JOURNEY

ภาพจากทริปที่ผ่านมา

ยังไม่มีภาพทริปที่ผ่านมาเผยแพร่สำหรับแผนนี้

GOOD TO KNOW

รายละเอียดก่อนตัดสินใจ

สิ่งที่รวม

  • บัตรโดยสารสายการบิน Ethiopia Airlines รวมค่าภาษีและธรรมเนียมน้ามันชั้นประหยัด ในทุกเส้นทางที่ระบุไว้
  • ค่าวีซ่าประเทศนามิเบีย
  • ค่าห้องพักตามโรงแรมที่ระบุไว้หรือเทียบเท่า ในห้องพักชนิด Double/Twin room
  • ค่าพาหนะเดินทางตามที่ระบุไว้ในโปรแกรม
  • ค่าอาหารทุกมื้อตามที่ระบุไว้ในโปรแกรม
  • ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามที่ระบุไว้ในโปรแกรม
  • ประกันการเดินทางของบริษัท AWP Services แผนประกัน Oasis Leisure
  • ค่าทีมงานท้องถิ่น
  • ค่าทีมงานไทยดูแลตลอดการเดินทาง

สิ่งที่ไม่รวม

  • ค่าเครื่องดื่มส่วนตัว
  • ค่าของใช้ส่วนตัว
  • ค่าบอลลูน (Hot Air Ballooning) หรือประมาณ ต่อท่าน (อัตรารอตรวจ)
  • ค่าทิปทีมงานไทยและทีมงานท้องถิ่น

ข้อกำหนดและเงื่อนไข

โปรดขอเงื่อนไขที่ยืนยันสำหรับรอบเดินทางนี้

ข้อมูลสิ่งที่รวม สิ่งที่ไม่รวม และเงื่อนไขมาจากโปรแกรมฉบับเผยแพร่ใน Patourlogy Core โปรดยืนยันราคาและบริการของรอบเดินทางกับทีมก่อนจอง