GUIDE of
AFRICA
ปรึกษาทีมจัดทัวร์ ↗
เมนู ☰
แทนซาเนีย - รวันดา (Tanzania - Rwanda)
← ทุกเส้นทาง

AFRICA JOURNEY

แทนซาเนีย - รวันดา (Tanzania - Rwanda)

DEPARTURES & PRICE

รอบเดินทางและราคา

ยังไม่มีรอบหรือราคาที่ยืนยัน โปรดตรวจรายละเอียดกับทีมก่อนวางแผนจอง

THE SEASONเลือกช่วงเดินทางร่วมกัน

รอบเดินทางยังรอยืนยัน

THE PACE12 วันในประเทศ · 1 คืน

ไม่รวมเวลาเดินทางจากประเทศไทย

THE EXPERIENCEแทนซาเนีย - รวันดา (Tanzania - Rwanda)

กิจกรรมปรับตามพื้นที่และวันเดินทาง

THE AFRICAN JOURNEY

แทนซาเนีย - รวันดา (Tanzania - Rwanda)

กิจกรรมบิ๊กไฟว์ (Big Five) ในอุทยานแห่งชาติทะเลสาบมันยารา ปากปล่องภูเขาไฟโกโรโกโรแห่งเซเรงเกติ แทนซาเนีย และตามหา “กอริลลาภูเขา” ฝูงสุดท้ายแห่งรวันดา

JOURNEY HIGHLIGHTS

ไฮไลท์ของเส้นทาง

วันที่ 2
01 / HIGHLIGHT

วันที่ 2

02.10 น. ออกเดินทางไป กรุงโดฮา (Doha) ประเทศกาตาร์ ด้วย สายการบิน Qatar Airways เที่ยวบินที่ KQ 837 หลังจากนั้น ให้ท่านได้พักผ่อนและรับชมประสบการณ์ความบันเทิงระหว่างเที่ยวบิน บนเครื่องบินมีบ

วันที่ 6
02 / HIGHLIGHT

วันที่ 6

เช้า รับประทานอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรม

วันที่ 10
03 / HIGHLIGHT

วันที่ 10

เช้า รับประทานอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรม

DAY BY DAY

โปรแกรมรายวัน · 12 วัน

วันที่1

Bangkok

วันที่ 1

:

ปฐมบทการเดินทางสู่ทวีปแอฟริกา

  • 22.00 น. นัดพบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ประตู 8 Row Q เคาน์เตอร์สายการบิน Qatar Airways
อาหาร
เช้า: สอบถาม · กลางวัน: สอบถาม · เย็น: สอบถาม
วันที่2

Bangkok → Arusha

วันที่ 2

:

กรุงเทพ – เมืองอรุชา

(

Arusha

)

  • 02.10 น. ออกเดินทางไป กรุงโดฮา (Doha) ประเทศกาตาร์ ด้วย สายการบิน Qatar Airways เที่ยวบินที่ KQ 837 หลังจากนั้น ให้ท่านได้พักผ่อนและรับชมประสบการณ์ความบันเทิงระหว่างเที่ยวบิน บนเครื่องบินมีบริการ
  • 05.30 น. เดินทางถึง สนามบินนานาชาติฮามาด (Hamad International Airport) จากนั้นนําท่านสู่ Transit Hall (เวลาเปลี่ยนเครื่อง ประมาณ 3 ชั่วโมง)
  • 08.45 น. ออกเดินทางไปยังประเทศแทนซาเนียด้วย สายการบิน Qatar Airways เที่ยวบินที่ KQ 1357 ระหว่างเที่ยวบินท่านจะมองเห็นยอดเขาคิลิมานจาโร ยอดเขาที่สูงที่สุดของทวีปแอฟริกาในด้านฝั่งซ้ายมือของเครื่องบิน
  • 14.45 น. เดินทางถึง สนามบินนานาชาติคิลิมานจาโร (Kilimanjaro International Airport) จากนั้นนําท่านทําวีซ่า On Arrival สําหรับเข้าประเทศ แทนซาเนีย (ท่านละ อัตรารอยืนยัน) นําท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร ตรงทางออกของห้องโถงผู้โดยสารขาเข้า จะมีเคาท์เตอร์แลกเงินอยู่ให้ท่านได้แลกเปลี่ยนได้ตามสะดวก
  • 15.30 น. ได้เวลานําท่านเดินทางสู่ เมืองอรุชา (Arusha) โดยมีระยะทาง 52 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที ถือเป็นฐานบัญชาการในการท่องซาฟารีในเขตภาคเหนือของแทนซาเนีย และเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศแทนซาเนียอีกด้วย นอกจากนี้ยังเป็นเมืองที่สามารถเห็นยอดเขาเมรุ (Mount Meru) ที่สูงเป็นอันดับสองรองจากยอดเขาคิลิมันจาโร (Kilimanjaro)
  • 17.00 น. เดินทางถึง เมืองอรุชา (Arusha) รับประทานอาหารเย็น ณ George's Tavern อาหารมื้อนี้ไม่รวมในแพคเกจและสามารถเปลี่ยนแปลงได้
  • 18.00 น. เข้าสู่ที่พักที่ โรงแรม Mount Meru จากนั้นให้ท่านได้มีโอกาสพักผ่อนตามอัธยาศัยหลังจากเดินทางเหนื่อยมาตลอดทั้งวัน
อาหาร
เช้า: สอบถาม · กลางวัน: สอบถาม · เย็น: สอบถาม
วันที่3

Arusha → Lake Manyara National Park

วันที่ 3

:

อุทยานแห่งชาติทะเลสาบมันยารา

  • เช้า รับประทานอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • จากนั้นนำท่านขึ้นรถจิ๊ป 4WD แบบตะลุยซาฟารี สำหรับการท่องสู่ผืนป่าแห่งแทนซาเนีย ช่วงเวลาสายๆ เราจะมาถึง อุทยานแห่งชาติทะเลสาบมันยารา (Lake Manyara National Park)
  • ชม ทะเลสาบมันยารา (Lake Manyara) ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติทะเลสาบมันยาร่า นํ้าในทะเลสาบแห่งนี้ มีความลึกเพียงไม่กี่เมตรและเต็มไปด้วยสาหร่ายอันเป็นอาหารโปรดของนกฟลามิงโก้ จึงทําให้ทะเลสาบแห่งนี้มีนกฟลามิงโก้นับแสนตัว หากมองจากที่สูงจะเห็นเป็นสีชมพู นอกจากนกฟลามิงโก้แล้ว บริเวณโดยรอบทะเลสาบแห่งนี้ยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของนกชนิดต่างๆ อีกมากกว่า 400 สายพันธุ์ จึงถือเป็นแหล่งดูนกที่สําคัญอีกแห่งหนึ่งของโลก
  • กิจกรรม เกมไดร์ฟ (Game Drive) หรือนั่งรถเปิดหลังคาตะลุยป่าเพื่อดูสัตว์ต่างๆอันเป็นสัญลักษณ์ของการเที่ยวที่มาเยือนแทนซาเนีย นอกจากนี้ เรายังสามารถที่จะชมสัตว์อื่นๆ ที่หาดูได้ยากจากธรรมชาติแห่งนี้ อาทิเช่น ยีราฟ กวาง ม้าลาย ลิงบาบูน และหมูป่ากลางวัน
  • รับประทานอาหารกลางวันแบบ Lunch Box (เช่น แซนวิช เค้ก น้ำผลไม้ และ กล้วยหอม)
  • นำท่านสู่บริเวณที่เรียกว่า รอยแยกเกรตริฟต์วัลเลย์ (Great Rift Valley) ซึ่งเป็นรอยเลื่อนของแผ่นเปลือกโลกขนาดใหญ่ในเขตแอฟริกาตะวันออก โดยนักธรณวิทยาได้คำนวณไว้ว่าในอีกหลายล้านปีข้างหน้านี้ ทวีปแอฟริกาจะแยกออกเป็นสองส่วนซึ่งจุดแยกที่ใหญ่ที่สุดก็คือ รอยแยกเกรตริฟต์วัลเลย์นี้เอง
  • นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก โรงแรม Lake Manyara Serena Lodge ที่ตั้งอยู่บนเชิงผาบนเนินเขา จากรีสอร์ทนี้ท่านจะสามารถมองเห็นทะเลสาบมันยาร่า ที่พึ่งเดินทางผ่านมาได้อย่างสวยงาม
  • เย็น รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม (อาหารแบบตะวันตก + ฟิวชั่นแบบเอเชีย)
อาหาร
เช้า: สอบถาม · กลางวัน: สอบถาม · เย็น: สอบถาม
วันที่4

Ngorongoro Crater

วันที่ 4

:

ปล่องภูเขาไฟสัตว์ป่าโกรงโกโร (

Ngorongoro

Crater

) –

หมู่บ้านชาวมาไซ

(

Massai Boma

)

  • เช้า รับประทานอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • ออกเดินทางออกจากทะเลสาบมันยารา มุ่งหน้าสู่ ที่ราบสูงโกรงโกโร่ (Ngorongoro Highland) ซึ่งตั้งอยู่ที่ระดับความสูงโดยเฉลี่ย 2,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ที่ราบสูงแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผ่นดินที่ยกจากผลของริฟต์วัลเลย์ ที่นี่มีป่าดิบชื้นขนาดใหญ่ อากาศเย็น จนท่านจะไม่เชื่อสายตาว่าที่นี่คือแอฟริกาจริงๆ
  • ชมวิถีชีวิตของชนเผ่ามาไซ (Massai) ที่ หมู่บ้านมาไซ (Massai Boma) ซึ่งท่านจะได้มีโอกาสได้ร่วมกิจกรรมร้องขับเพลง และเต้นแบบชนเผ่าท้องถิ่นไปกับชนเผ่ามาไซ หนึ่งในชนเผ่าที่เป็นทีรู้จักมากที่สุดของโลกใบนี้ด้วยเอกลักษณ์ของเสื้อผ้าสีแดงคุมโทน (ชนเผ่ามาไซ มักจะทำการขอความอนุเคราะห์เป็นเงินจากนักท่องเที่ยวเป็นประจำ ซึ่งท่านสามารถทำผ่านการซื้อของที่ระลึกที่พวกเขาขายได้ แต่ราคาก็มักจะค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับในเมือง แต่ถือว่าเป็นการซื้อจากคนทำโดยตรง และเด็กๆของชนเผ่าก็มักที่จะเรียกร้องเงินจากนักท่องเที่ยวเช่นเดียวกัน)
  • เที่ยงรับประทานอาหารกลางวันแบบ Lunch Box (เช่น แซนวิช เค้ก น้ำผลไม้ และ กล้วยหอม)
  • บ่าย เราจะนำท่านเดินทางลงไปสู่ก้นบึ้งของปากปล่องภูเขาไฟที่ดับไปแล้ว ที่ซึ่งเป็นที่ตั้งของ แหล่งสงวนพันธุ์สัตว์ป่าโกรงโกโร่ (Ngorogoro Conservation Area) ซึ่งเรียกได้ว่า ที่สุดของซาฟารีในประเทศแทนซาเนีย ทีนี่เรียกว่าปากปล่องก็จริงแต่ด้วยขนาดที่ใหญ่มากความกว้างของปากปล่องถึงกว่า 20 กิโลเมตร ทำให้ก้นพื้นเบื้องล่างกลายเป็นที่ราบขนาดใหญ่ที่มีดินอุดมสมบูรณ์ มีแหล่งน้ำตลอดทั้งปี ทำให้สัตว์ที่นี่ไม่มีฤดูกาลอพยพเหมือนที่อื่นๆ แต่ด้วยความสูงชันของปากปล่องทำให้สัตว์ส่วนใหญ่ไม่สามารถย้อนกลับขึ้นด้านบนได้อีก ความหนาแน่นของสัตว์จึงเหมือนถูกจำกัดในพื้นที่แคบๆ เราจึงมีโอกาสที่จะพบเห็นสัตว์ต่างๆจำนวนมาก ได้แทบจะทุกวินาทีท่ามกลางบรรยากาศที่เย็นสบายของที่ราบสูงภูเขาไฟแห่งนี้ นอกจากนี้โกรงโกโร่ยังถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ๆมีความหนาแน่นของฝูงสิงโตต่อหนึ่งตารางกิโลเมตรที่มากที่สุดในโลก ตรงกลางปากกล่องมีทะเลสาบที่มีเป็นที่อยู่ของฝูงนกฟลามิงโก้อีกด้วยเช่นกัน
  • สถานที่แห่งนี้ได้รับการยกย่องให้แหล่งสงวนพันธุ์สัตว์ป่าโกรงโกโร่ มรดกโลกทางธรรมชาติ (World Heritage Site) จาก UNESCO เมื่อปี ค.ศ. 1979 ซึ่งก่อนหน้านั้นได้รับการจัดตั้งให้เป็นเขตอนุรักษ์เมื่อปี ค.ศ. 1959 เพื่อให้เป็นเขตสำหรับการใช้ที่ดินอย่างเป็นระบบ และอยู่ในการดูแลควบคุมอย่างใกล้ชิด โดยมีสัตว์ป่านานาชนิดอาศัยอยู่ มีระบบนิเวศน์ที่สมบูรณ์ และมีชนเผ่ามาไซ (Maasai) เพียงเผ่าเดียวที่ได้รับอนุญาตเข้าไปทำเกษตรกรรมและเลี้ยงสัตว์ได้
  • นำท่านเดินทางสู่ที่พัก โรงแรม Ngorongoro Serena Lodge เป็นรีสอร์ทระดับ 5 ดาว ที่ตั้งอยู่บนเชิงผาริมปากปล่องภูเขาไฟ ที่สามารถมองลงยังด้านล่างดูฝูงสัตว์ใช้ชีวิตได้อย่างงดงาม
  • เย็น รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม (อาหารแบบตะวันตก)
  • ***ในที่พักคืนนี้ ไฟฟ้าของทั้งรีสอร์ทจะดับทั้งหมดในช่วงระยะเวลา 23.00 – 06.00 น.***
อาหาร
เช้า: สอบถาม · กลางวัน: สอบถาม · เย็น: สอบถาม
วันที่5

Olduvai Gorge

วันที่ 5

:

หุบเขาโอดูไว

(

Olduvai Gorge

)

– อุทยานแห่งชาติเซเรงเกติ

(

Serengeti National park

)

  • เช้า รับประทานอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • ระหว่างทางท่านจะผ่านเขตของที่อยู่ของชนเผ่ามาไซที่มีวิถีชีวิตแบบเร่ร่อนและขึ้นอยู่กับปศุสัตว์เท่านั้น นำท่านเดินทางผ่านบริเวณที่เรียกว่า หุบผาโอดูไว (Olduvai Gorge) หนึ่งสถานที่อันเป็นต้นกำเนิดของอารายธรรมมนุษย์ ที่ซึ่งได้มีการขุดค้นพบโครงกระดูกมนุษย์โบราณจำนวนมากที่อายุหลายล้านปีก่อนที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่มีความสำคัญทางโบราณคดีมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเดินทางสู่ เขานาบาย (Naabi Hill) ที่ทำการเขตอุทยานแห่งชาติเซเรงเกติ จากจุดนี้ไป ท่านจะตื่นตาตื่นใจกับความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ อุทยานแห่งชาติเซเรงเกติ (Serengeti National Park) คำว่า “เซเรงเกติ” มาจากคำว่า ไซรินกิตู (Siringitu) ในภาษามาไซ ซึ่งหมายถึง "แผ่นดินที่ไม่มีที่สิ้นสุด" (Endless Plain) ชื่อนี้ได้มาเนื่องจากความกว้างใหญ่ที่ดูเหมือนไม่มีที่สิ้นสุดของที่ราบแห่งนี้ และที่นี่เป็นอุทยานที่ท่านจะได้เห็นการย้ายถิ่นฐานของฝูงสัตว์ป่านับล้านตัวที่รู้จักในนาม “Great Migration”
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันแบบ Lunch Box (เช่น แซนวิช เค้ก น้ำผลไม้ และ กล้วยหอม)
  • กิจกรรม เกมไดร์ฟ (Game Drive) ชมสัตว์ต่างๆในทุ่งหญ้าเซเรงเกติ อาจมีโอกาสเห็นฝูงสิงโตกำลังกินควายป่า หรือ วิลเดอบีสต์ ชมการเดินทางของฝูงวิลเดอร์บีช ม้าลาย และสัตว์ป่านานาชนิดนับล้านตัวที่จะมีการย้ายถิ่นฐานในแต่ละเดือน นั่งรถเปิดหลังคาตะลุยป่าเพื่อตามหาเหล่า Big 5 เป้าหมายของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนแทนซาเนียคือ สิงโต เสือดาว แรด ช้าง และ ควายป่า ที่ใช้ชีวิตอยู่ตามธรรมชาติ ระบบนิเวศของที่นี่คือสิ่งที่เป็นไปโดยไม่มีการแทรกแซงจากมนุษย์ ภาพของการล่าเหยื่อผู้น่าสงสาร หรือภาพการพรากลูกจากแม่โดยสัตว์นักล่าเป็นภาพที่เกิดขึ้นได้อย่างชินตา
  • เดินทางสู่ที่พัก Serengeti Tanzanian Bush Camp at Kogatende Area ซึ่งเป็นแคมป์พักแรมที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้ท่านได้พักผ่อนกลางผืนป่าอย่างสมบูรณ์ ที่นี่เป็นตำแหน่งที่พักที่ดีที่สุดในการดูสัตว์ป่าในเขตด้านเหนือของเซเรงเกติ
  • เย็น รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารภายในโรงแรม (อาหารแบบตะวันตก)
  • ***ที่พักในคืนนี้เป็นเต็นท์ และอยู่กลางซาฟารี ในช่วงเวลากลางคืน มีโอกาสสูงมากที่จะมีสัตว์ผ่านมาจนเราสามารถรับรู้ได้**
  • ***การพักแรมในเต็นท์ที่นี่ ความสะดวกสบายจะไม่เท่ากับโรงแรม แต่ต้องอย่าลืมว่า ณ จุดนี้คือหนึ่งในพื้นที่ๆห่างไกลและเข้าถึงยากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก สิ่งอำนวยความสะดวกที่นี่จะมอบความทรงจำที่ดีให้แก่ท่านยังไม่มีวันลืมเลือน***
  • ***ภายในเต็นท์จะมีเตียงนอนพร้อมฟูกและผ้าห่มจำนวน 2 เตียง อ่างล้างหน้า ห้องน้ำ โดยน้ำที่ใช้จะเป็นน้ำที่มาจากการเก็บไว้ในบ่อและต้มก่อนจะนำมาเติมในถังน้ำให้เราใช้ โดยจะเติมให้เติมในช่วงก่อนเวลาเช้าและเย็น โดยสามารถเพิ่มเติมน้ำได้เรื่อยๆ***
อาหาร
เช้า: สอบถาม · กลางวัน: สอบถาม · เย็น: สอบถาม
วันที่6

Serengeti National Park

วันที่ 6

:

เฝ้าดูการอพยพครั้งยิ่งใหญ่

(

The Great Migration

) –

ฉากฝูงสัตว์ข้ามแม่น้ำมารา

(

Mara River Crossing

)

  • เช้า รับประทานอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • กิจกรรมเกมไดรฟ์ (Game Drive) นอกจากฝูงสัตว์กินหญ้าอย่าง วิลเดอบีสต์ ม้าลาย อิมพาล่า และอื่นๆแล้วท่านยังจะได้ชมสัตว์นักล่าต่างๆที่ตามล่าหาอาหารด้วย เช่น ครอบครัวสิงโต คู่หูเสือชีต้าร์ หรือเสือดาวที่ซ่อนตัวอยู่บนกิ่งไม้ ในที่ราบเซเรงเกตินี้ มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอาศัยอยู่กว่า 3 ล้านตัวนับตั้งแต่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีกว่า 400 ประเภทจากหนูแคระตัวจิ๋วไปจนถึงช้างป่าแอฟริกาที่เป็นสัตว์บกใหญ่ที่สุดในโลก สัตว์เลื้อยคลานและจระเข้ 168 ชนิด กบกับคางคกอีก 163 พันธุ์ ปลาน้ำจืดเกิน 1,000 ชนิด และนกนานาชนิดกว่า 1,500 สายพันธุ์ ทั้งนกกระจาบตัวเล็กเท่าหัวแม่มือ จนถึงนกใหญ่ที่สุดในโลกอย่างนกกระจอกเทศ
  • ไฮไลท์ที่สำคัญที่สุดของวันนี้คือ อาจมีโอกาสได้เห็นการเดินทางของฝูงวิลเดอบีสต์ ม้าลาย และสัตว์ป่านานาชนิดนับล้านๆตัวที่กำลังอยู่ในช่วงของการย้ายถิ่นฐานครั้งยิ่งใหญ่ หรือที่เรียกว่า “The Great Migration” ซึ่งจุดประสงค์ของการอพยพครั้งนี้คือการหนีภัยแล้งที่ทำให้ขาดแคลนอาหารทางด้านใต้ของแทนซาเนียมาสู่ภาคเหนือ ณ จุดที่เราอยู่ก่อนที่จะข้ามพรมแดนไปยังประเทศเคนยาในเดือนถัดไปที่ อุทยานแห่งชาติมาไซ มารา (Masai Mara National Park)
  • เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันแบบ Lunch Box (เช่น แซนวิช เค้ก น้ำผลไม้ และ กล้วยหอม)
  • บ่าย เดินทางสู่ แม่น้ำมารา (Mara river) เพื่อชมฉากสุดคลาสสิคของการภาพซาฟารีในความทรงจำของคนทุกคนที่เห็นจากภาพยนตร์สารคดีของ National Geographic นั่นคือ “ฉากฝูงสัตว์ข้ามแม่น้ำ” (Mara River Crossing) ซึ่งเป็นวินาทีไคลแมกซ์ที่เราอาจจะได้เห็น ฝูงม้าลาย อิมพาลา หรือ วิลเดอบีสต์ ที่จำเป็นต้องข้ามแม่น้ำเพื่อไปยังพื้นที่หากินแห่งใหม่ แต่กลับพบว่ามีสัตว์นักล่าซ่อนตัวอยู่ใต้ผิวน้ำนั่นคือ จระเข้แอฟริกา ฉากการล่าเหยื่ออันน่าตื่นเต้นจะปรากฎสู่สายตาเรา ณ เวลานั้น
  • เดินทางสู่ที่พัก Serengeti Tanzania Bush Camp at Kogatenda Area
  • เย็น รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารภายในแคมป์ (อาหารแบบตะวันตก)
อาหาร
เช้า: สอบถาม · กลางวัน: สอบถาม · เย็น: สอบถาม
วันที่7

Serengeti → Kigali

วันที่ 7

:

บินข้ามทุ่งหญ้าเซเรงเกติสู่กรุงคิกาลี

(

Kigali

)

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
  • **กิจกรรมเสริมที่แนะนำ คือการขึ้นบอลลูนชมเซเรงเกติจากมุมสูง (Hot Air Balloon) ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมประมาณ อัตรารอยืนยัน
  • 15.10 น. นำท่านเดินทางสู่ สนามบินเล็ก (Kogatende Airstrip) เพื่อขึ้นเครื่องบินเล็กของบริษัท Coastal Aviation แล้วบินข้ามทุ่งหญ้าเซเรงเกติและทะเลสาบวิคตอเรีย เข้าสู่ กรุงคิกาลี (Kigali) เมืองหลวงของประเทศรวันดา (Rwanda ) ***เวลาไฟลต์บินนี้ ยังสามารถมีการเปลี่ยนแปลงได้***
  • 17.30 น. เดินทางถึง สนามบินนานาชาติคิกาลี (Kigali International Airport) กรุงคิกาลี (Kigali) ประเทศรวันดา (Rwanda ) จากนั้นผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมือง และเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองชั้นใน
  • กรุงคิกาลี (Kigali) เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศรวันดา มีประชากรประมาณ 1 ล้านคน ตั้งอยู่บนเนินเขาในเขตศูนย์กลางของประเทศ เมืองนี้ยังเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจวัฒนธรรมและการขนส่งของประเทศรวันดา และเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญทางราชการและสำนักงานของประธานาธิบดีรวันดา
  • เย็น รับประทานอาหาร ณ Rooftop Rendezvous Bar & Grill ชมบรรยากาศเมืองคิกาลียามค่ำคืน **อาหารมื้อนี้ไม่รวมในแพคเกจและสามารถเปลี่ยนแปลงได้***
  • ที่พัก โรงแรม Hôtel des Mille Collines คือ รงแรมที่อยู่ในภาพยนตร์เรื่อง "Hotel Rwanda" ซึ่งบอกเล่าเหตุการณ์ทางการเมืองรวันดาในปี 1994 ซึ่งขณะนั้น "พอล รูสซาบาจินา" ทำงานเป็นผู้จัดการโรงแรมในคิกาลี เมืองหลวงของประเทศ เขาใช้ชีวิตแบบชนชั้นกลางสบายๆ เขามีภรรยาที่ทั้งสาวและสวยชื่อ "ทาเทียนา" กับลูกเล็กๆสี่คนชีวิตของเขาเป็นเหมือนการเชื่อมโยงของสองชนเผ่าเพราะเขาเป็นชาวฮูตู ในขณะที่ภรรยาของเขาเป็นชาวทุตซี คืนหนึ่งประธานาธิบดีของรวันดา ที่เป็นชาวฮูตูถูกลอบสังหาร ภายในเวลาไม่กี่นาทีต่อจากนั้นการฆ่าฟันก็เริ่มต้นขึ้นโดยกลุ่มหัวรุนแรงชาวฮูตูที่ใช้การตายของประธานาธิบดีเป็นข้ออ้าง เพื่อกำจัดพวกทุตซี ตลอดระยะเวลาเพียงสามเดือนมีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ไปถึงแปดแสนศพ "พอล รูสซาบาจินา" เปลี่ยนโรงแรมที่เขาทำงานอยู่ให้กลายเป็นที่หลบภัยสำหรับชาวทุตซีและผู้อพยพชาวฮูตูกว่าพันคน ตลอดสามเดือนต่อมาเขาติดสินบนกลุ่มมือสังหารชาวฮูตูเพื่อต่อรองไม่ให้บุกเข้ามาที่โรงแรม และสามารถช่วยชีวิต ชาวเมืองที่หลบอยู่ในโรงแรมได้ ขณะที่ด้านนอกนั้นกลาดเกลื่อนไปด้วยซากศพ เหตุการณ์นี้ทำให้ "พอล รูสซาบาจินา" และครอบครัวต้องลี้ภัยการเมืองไปอยู่เบลเยียมนานหลายปีกว่าจนสามารถกลับมาเยี่ยมบ้านเกิดได้อีกครั้ง
อาหาร
เช้า: สอบถาม · กลางวัน: สอบถาม · เย็น: สอบถาม
วันที่8

Kigali → Volcanoes National Park

วันที่ 8

:

เดินทางสู่อุทยานแห่งชาติภูเขาไฟ

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
  • เดินทางออกจาก กรุงคิกาลี (Kigali) ขึ้นสู่ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ ระหว่างทางท่านจะพบกับถนนที่สะอาดสะอ้าน สลับไปตามไหล่เขา รับบรรยากาศเย็นสบายๆตลอดทาง จนกระทั่งถึง เมือง Ruhengeri
  • เยี่ยมชม The Dian Fossey Gorilla Fund International “ไดแอน ฟอสซีย์” (Dian Fossey) นักสัตววิทยาชาวอเมริกัน ผู้ทำการศึกษาพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม โดยเฉพาะกับกอริลลา เธอมีชื่อเสียงจากการผลงานวิจัยกลุ่มลิงกอริลลาภูเขา ในป่าทึบของประเทศรวันดา มีผลงานเขียนหนังสือ ชื่อ Gorilla in the Mist ซึ่งถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ชื่อ Gorillas in the Mist: The Story of Dian Fossey (1988)
  • เที่ยง รับประทานอาหาร ณ ภัตตราคารอาหารท้องถิ่น ที่เมือง Ruhengeri
  • เดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติภูเขาไฟ (Parc National des Volcanoes)
  • เข้าที่พัก โรงแรม Mountain Gorilla View Lodge ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอุทยาน
  • เย็นรับประทานอาหารณ ภัตตาคารอาหารของโรงแรม
อาหาร
เช้า: สอบถาม · กลางวัน: สอบถาม · เย็น: สอบถาม
วันที่9

Volcanoes National Park

วันที่ 9

:

ตามหากอริลลาภูเขา

  • เช้า รับประทานอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • วันนี้จะเป็นอีกหนึ่งวัน แห่งความประทับใจกับกิจกรรมในการตามหา กอริลลาภูเขา (Mountain Gorilla) ซึ่งเป็นกอริลลาที่มีขนาดใหญ่ที่สุด และใกล้จะสูญพันธุ์แล้ว จะอาศัยอยู่ในป่าทึบบนเทือกเขาสูงแถบประเทศ คองโก ยูกันดา และรวันดาเท่านั้น กอริลลาพันธุ์นี้จะมีวิวัฒนาการต่างจากพันธุ์อื่นๆ เช่น ตัวใหญ่กว่า มีสีดำ ขนยาวแขนสั้น แผ่นอกกว้าง ฟันแข็งแรง จมูก ปาก และ ขากรรไกร กว้างกว่า **ก่อนเริ่มต้นเดิน เจ้าหน้าที่อุทยานจะอธิบายขั้นตอน และ ข้อห้ามต่างๆในการชมกอริลลา (สำคัญที่สุดคือ ห้ามใช้แฟลช จากกล้องถ่ายรูปทุกกรณี) หลังจากนั้นท่านจะได้พบกับหัวหน้าหน่วยเรนเจอร์ และเรนเจอร์คุ้มกัน ติดตามไปกับพวกเราด้วย (โดยปกติ 1 กลุ่ม จะมีนักท่องเที่ยว 6-8 คน และทีมเรนเจอร์ 2 คน)
  • ในการตามรอยกอริลลา จะมีเรนเจอร์ซึ่งมักจะออกเดินทางไปล่วงหน้าก่อน เพื่อตามรอยฝูงกอริลลา แล้วส่งสัญญาณให้ไกด์พาคณะตามไปอีกที ทุกท่านควรเตรียมร่างกายให้แข็งแรงพอควร เพราะต้องบุกป่า ขึ้นเขา ลงห้วย ฯลฯ ปกติการติดตามฝูงกอริลล่าจะใช้เวลาระหว่าง 3 – 6 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับโชคของนักเดินทางกลุ่มนั้นๆ
  • เที่ยง อาหารจะเป็น Lunch Box (เนื่องจากเราไม่สามารถคาดคะเนได้ว่า เราจะอยู่ในป่านานแค่ไหน)
  • หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบคิวู (Lake Kivu) หนึ่งในทะเลสาบน้ำจืดที่สวยที่สุดของภูมิภาคแอฟริกาตะวันออก ทะเลสาบคิวูคือส่วนหนึ่งของระบบทะเลสาบอันยิ่งใหญ่ของภูมิภาค (African Great Lake)
  • เย็น รับประทานอาหาร ณ ภัตตราคารอาหารของโรงแรม
ที่พัก
Lake Kivu Serena · เสนอไว้ · ที่พักตามแผนเดิม · รอยืนยัน
อาหาร
เช้า: สอบถาม · กลางวัน: สอบถาม · เย็น: สอบถาม
วันที่10

Kigali

วันที่ 10

:

ท่องไปในคิกาลี

  • เช้า รับประทานอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  • ผ่อนคลายกับบรรยากาศสบายๆริมทะเลสาบคิวู ก่อนจะออกเดินทางกลับไปที่ เมือง Ruhengeri หลังจากนั้นจะเป็นเวลาการเดินทางเข้าสู่กรุงคิกาลี (Kigali) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5-6 ชั่วโมง สำหรับการเดินทางทั้งหมด
  • เที่ยง รับประทานอาหารเที่ยงระหว่างทาง
  • เข้าชม อนุสรณ์สถานแห่งความทรงจำนายทหารเบลเยีบม (Belgium Peacekeeping Memorial) เป็นอนุสรณ์สถานที่สร้างขึ้น ณ ตำแหน่งเดียวกันกับที่นายทหารรักษาสันติภาพจำนวน 10 นายของสหประชาชาติที่ถูกสังหารในช่วงเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เมื่อ ปี ค.ศ.1994 โดยปัจจุบันตัวอาคารหลักยังคงอนุรักษ์ไว้ และร่องรอยของกระสุนจริง แรงระเบิดจริง ยังคงรักษาไว้ในสภาพเดิมให้มากที่สุด
  • ชม ศูนย์อนุสรณ์ระลึกการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์คิกาลี (Kigali Memorial Center) เป็นพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับความโหดร้ายของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของชาวรวันดา ระหว่างชนเผ่าที่แย่งชิงอำนาจกัน ชาวโลกรู้จักรวันดา และความโหดร้ายจากหนังดังที่สร้างจากชีวิตจริงของชายคนหนึ่งที่พยายามช่วยเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์เรื่อง เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดของรวันดาและของโลก
  • ศูนย์อนุสรณ์ระลึกการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์คิกาลี (Kigali Memorial Center) ถูกสร้างขึ้นโดยความร่วมมือกันของสภาเทศบาลเมืองคิกาลี และกองทุน AEGIS THUST แห่งสหราชอาณาจักร ภายในอาคารจัดแสดงนิทรรศการของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรวันดา และชั้นบนจะเป็นการแสดงนิทรรศการของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่เกิดขึ้นในที่ต่างๆทั่วโลก นอกจากนี้ภายนอกอาคารของสถานที่แห่งนี้ ยังเป็นสวนและหลุมฝังกระดูก เพื่อรำลึกถึงบุคคลที่จากไป ซึ่งเป็นผู้ตกเป็นเหยื่อของสงครามการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในปีคริสต์ศักราช 1994
  • รับประทานอาหารมื้อเย็น ณ Cucina Italian Restaurant **อาหารมื้อนี้ไม่รวมในแพคเกจและสามารถเปลี่ยนแปลงได้***
  • เข้าที่พัก โรงแรม Hôtel des Mille Collines
อาหาร
เช้า: สอบถาม · กลางวัน: สอบถาม · เย็น: สอบถาม
วันที่11

Kigali → Bangkok

วันที่ 11

:

คิกาลี (Kigali) - กรุงเทพ

  • เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม และให้ท่านได้พักผ่อนตามอัธยาศัย
  • เที่ยง รับประทานอาหาร ณ ห้องอาหารโรงแรม
  • 13.00 นําท่านเดินทางสู่ สนามบินนานาชาติกรุงคิกาลี (Kigali International Airport)
  • 16.20 ออกเดินทางไปกรุงโดฮา (Doha) ประเทศกาตาร์ ด้วยสายการบิน Qatar Airways เที่ยวบินที่ QR 1387
อาหาร
เช้า: สอบถาม · กลางวัน: สอบถาม · เย็น: สอบถาม
วันที่12

Bangkok

วันที่ 12

:

กรุงเทพ

  • 00.10 เดินทางถึง สนามบินนานาชาติฮามาด (Hamad International Airport) จากนั้นนําท่านสู่ Transit Hall (เวลาเปลี่ยนเครื่องประมาณ 1 ชั่วโมง 5 นาที)
  • 01.40 ออกเดินทางไปกรุงเทพ สายการบิน Qatar Airways เที่ยวบินที่ QR 834
  • 12.40 เดินทางถึงกรุงเทพ โดยสวัสดิภาพ
อาหาร
เช้า: สอบถาม · กลางวัน: สอบถาม · เย็น: สอบถาม

TRACE THE JOURNEY

แผนที่เส้นทาง

ดูภาพรวมของทริป แล้วเลือกวันเพื่อสำรวจจุดแวะตามลำดับ

MOMENTS FROM THE JOURNEY

ภาพจากทริปที่ผ่านมา

ยังไม่มีภาพทริปที่ผ่านมาเผยแพร่สำหรับแผนนี้

GOOD TO KNOW

รายละเอียดก่อนตัดสินใจ

สิ่งที่รวม

  • บัตรโดยสารสายการบิน Qatar Airways รวมค่าภาษีและธรรมเนียมน้ามันชั้นประหยัด ในทุกเส้นทางที่ระบุไว้
  • บัตรโดยสารสายการบิน Coastal Aviation รวมค่าภาษีและธรรมเนียมน้ามันชั้นประหยัด ในทุกเส้นทางที่ระบุไว้
  • ค่าวีซ่าประเทศแทนซาเนีย
  • ค่าวีซ่าประเทศรวันดา
  • ค่าห้องพักตามโรงแรมที่ระบุไว้หรือเทียบเท่า ในห้องพักชนิด Double/Twin room
  • ค่าพาหนะเดินทางตามที่ระบุไว้ในโปรแกรม
  • ค่าอาหารทุกมื้อตามที่ระบุไว้ในโปรแกรม
  • ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามที่ระบุไว้ในโปรแกรม
  • ประกันการเดินทางของบริษัท AWP Services แผนประกัน Oasis Leisure
  • ค่าทีมงานท้องถิ่น
  • ค่าทีมงานไทยดูแลตลอดการเดินทาง

สิ่งที่ไม่รวม

  • ค่าเครื่องดื่มส่วนตัว
  • ค่าของใช้ส่วนตัว
  • ค่าอาหารบางมื้อ
  • ค่าทิปทีมงานไทย
  • Hot Air Balloon ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมประมาณ (อัตรารอตรวจ)

ข้อกำหนดและเงื่อนไข

โปรดขอเงื่อนไขที่ยืนยันสำหรับรอบเดินทางนี้

ข้อมูลสิ่งที่รวม สิ่งที่ไม่รวม และเงื่อนไขมาจากโปรแกรมฉบับเผยแพร่ใน Patourlogy Core โปรดยืนยันราคาและบริการของรอบเดินทางกับทีมก่อนจอง